2004/Oct/20

หายไปซะนานเลย
ไม่ว่างเลยให้ตายสิ
แต่ว่างไปเขียนไดทุกวัน ... แหะๆ
ก้อ concept ของไดอารี่มันต้องเขียนทุกวันนี่หน่าเน๊อะ
(เอาตัวรอดไปน้ำขุ่นๆ)

แต่ถึงจะอัพไดทุกวัน แต่บางวันก้อมีแค่


"ตัดเกรด    ปวดหัวเว้ยยยย"


5555  ซะงั้น
คนอ่านไดวันนั้นคงจะคิดว่า
ไอ้นี่วันนี้มันเป็นบ้าอะไรของมันวะ

ใครอยากเข้าไปอ่านชีวิตประจำวันของเราก้อเชิญได้ที่

http://bigrabbit.diaryhub.com


จริงๆ แล้ววันนี้อยากเขียนเรื่องชีวิตของการเป็นอาจารย์
เพราะเหลืออีกสิบวัน เราก้อจะลาออกจากการเป็นอาจารย์แล้วหล่ะ

พูดถึงคำว่า "อาจารย์" หลายๆ คนคงคิดว่า
อาชีพนี้มันสบายเน๊อะ....

วันหยุดที่บริษัทเอกชนไม่หยุด  แต่อาจารย์หยุด
ช่วงปิดเทอมก้อไม่ต้องมาทำงาน หยุดตามนักเรียน
ไม่เห็นทำไรมาก...วันๆ เอาแต่พูดๆ อยู่ไม่กี่ชั่วโมง
เวลาว่างเยอะ...ไม่มีสอนแล้วจะไปไหนก้อได้

แต่ก่อนก้อคิดแบบนี้เหมือนกันแหล่ะ แหะๆ
เหตุผลที่ทำให้เรามาเป็นอาจารย์
ก้อเพราะคิดว่า จะได้มีเวลาไปทำ Master Project
แต่พอมาเป็นแล้ว....โอ้...โน่...

การสอนนักศึกษาเทอมแรกๆ ลำบากมาก
เพราะต้องเตรียมเอกสารการสอน
เทอมนึงสอนสองถึงสามวิชา ถ้าโชคดีมากๆ อาจจะได้สอนวิชาเดียว
แต่พอดีเทอมแรกที่มาเป็นอาจารย์โชคไม่ดี สอนสองวิชา
อาทิตย์นึงเฉพาะภาคปกติ สอนตกอยู่ราวๆ สามวัน
เวลาจะกระดิกไปทำ project ไม่มี เพราะต้องเตรียมเอกสารการสอนตลอดเวลา
แถมเข้ามาโชคดีมากกกกก....เพราะได้ไปสอนที่สระบุรี 1 วัน ในสามวันที่ว่า

สอนยังไม่ทันเท่าไร....
อ้าว..ถึงเทศกาลสอบกลางภาค
ต้องออกข้อสอบอีก ออกข้อสอบก้อว่ายากแล้ว
จะออกยังไงให้นักศึกษาทำได้ ไม่ยาก ไม่ง่ายเกินไป
แต่ตอนตรวจดิ...ยากกว่า
จะให้คะแนนมันตรงไหนดีวะ...(ก้อบางคนส่งกระดาษเปล่า)

หลังจากกลางภาค...ได้สอนอีกราวๆ สี่ห้าครั้ง
ก้อต้องออกข้อสอบปลายภาคอีก
หนนี้แหล่ะ...หนัก....เพราะนอกเหนือจากข้อสอบแล้ว
ยังมี Project ที่ให้นักศึกษาทำมาส่ง เพื่อเป็นคะแนนเก็บอีก
ตรวจกันหน้าตั้ง....เพราะมันจะมีกำหนดระยะเวลาในการส่งเกรด
เป็นตัวบังคับให้ต้องตรวจให้เสร็จ ไม่งั้นก้อตัดเกรดไม่ได้

อีตอนตัดเกรดอีก....ทำใจตัดลำบากมาก...
จะตัดตกที่เท่าไหร่  ช่วยดีไม๊...
ถ้าให้เกรดมันง่าย มันก้อเอาไปพูดกันอีกว่า...

"โฮ้ย...เรียนกะจารย์คนนี้ได้เกรดสบาย"

ถ้าตัดเกรดตกเยอะ มันก้อเอาไปพูดอีกว่า...

"อาจารย์...แม่มม....โหดว่ะ"

ซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง  -_-"

ถึงตรงนี้...ใครที่คิดว่าเป็นอาจารย์แล้วสบาย..คิดซะใหม่นะ

2004/Oct/07

อยากเขียนเรื่องนี้มานานมากแระ
เคยคุยเรื่องนี้กะเพื่อนคนนึง

ใครๆ มักจะบอกว่า...ความรักทำให้คนเราเจ็บปวด
แล้วความผูกพันหล่ะ ทำให้คนเจ็บปวดได้ด้วยไม๊???

เรานั่งคิดอยู่นานหลายวัน
จนเมื่อวันก่อน ... ก้อได้ข้อสรุป
จากการเข้าไปอ่านไดอารี่ของน้องคนนึง
ที่พูดถึงเรื่องหมา ที่เพิ่งเสียชีวิตไป

สิ่งที่เราเข้าไปโพสคือ...

"เจ้า... คงไปวิ่งเล่นกะทาโร่บนสวรรค์แล้ว
เหนื่อยจากการเล่นกันแล้ว มองลงมาหากันบ้างนะ
วันนึงเราคงได้ไปอยู่ร่วมกันอีกครั้ง"

ทาโร่เป็นหมาที่เราเคยเลี้ยงและรักมากที่สุด
หลังจากทาโร่ตาย...ไม่เคยมีหมาตัวไหนแทนที่ได้อีก
ถึงวันนี้ ก้อสิบปีแล้ว ....

น้ำตาเรายังคงซึมอยู่ และเสียงก็ยังคงสั่น เวลาพูดหรือนึกถึง

ข้อสรุปที่เราได้จากการคิดครั้งนี้คือ
ทั้งความรักและความผูกพัน.. มันต่างทำให้คนเราเจ็บปวดเมื่อสูญเสีย

แต่ความเจ็บปวดนั้น แตกต่าง!!!

การสูญเสียความรัก มันเหมือนกับการที่คุณเอามีดแทงลงไปตรงหัวใจอ่ะ
เจ็บปวดบอกไม่ถูก หาคำบรรยายไม่ได้...
ถ้าคุณสามารถทนพิษบาดแผลไหว...อีกไม่นาน มันจะหายดี
และเหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็น
ถ้าทนไม่ได้...ก้อตายไป...จบ
ถึงได้มีข่าวอยู่เรื่อยๆ...หนุ่มๆ สาวๆ ผูกคอตาย โดดตึกตาย กินยาตาย
เพียงเพราะสูญเสียคนที่รัก

แต่การสูญเสียสิ่งที่เราผูกพันไปอย่างไม่มีวันได้กลับมา
มันจะเหมือนกับการที่คุณมีแผลกลัดหนองอยู่
ถ้าไม่จับ ก้อไม่เจ็บ  ถ้าไม่สกิด ก้อไม่มีหนองไหล
แต่ไม่หาย ปากแผลไม่เคยปิด... หนองมันกัดกินลึก
พอวันนึงเมื่อนึกถึง แผลมันก้อจะอักเสบขึ้นมา

ความรักจะก่อให้เกิดความผูกพัน
ในขณะเดียวกัน...ความผูกพัน ก้อทำให้เกิดความรักได้เช่นกัน
อย่างไรก้อตาม...ความรักจะคงอยู่ได้ ขึ้นอยู่กับความผูกพัน

ตอนเสียทาโร่ไป.... ร้องไห้เหมือนจะตายอยู่สองอาทิตย์
นั่นเป็นเพราะสูญเสียสิ่งที่เรารัก
กว่าจะทำใจได้ก้ออีกเป็นปีๆ....
ตอนนี้....น้ำตายังคงซึมเมื่อพูดถึงทาโร่
นั่นเป็นเพราะความผูกพัน

ถ้าเลือกได้...
คงไม่มีใครอยากเสียสิ่งที่รักและผูกพันไปหรอก
แต่เพราะชีวิตมันเลือกไม่ได้

ขอให้ทุกคนรักษาสิ่งที่คุณรัก และเก็บความผูกพันเหล่านั้นเอาไว้ให้ดี

2004/Oct/06

จริงๆ แล้ว ก้อมีไดอารี่อยู่แล้วอ่ะนะ...
นับถึงวันนี้ก้อเกือบๆ สามเดือนได้แล้วที่เขียนมา

มีฟันหลอไปสองวัน เพราะติดธุระจริงๆ


นั่นดิ...มีไดอารี่แล้ว เขียนบลอกทำไมเนี่ย???
เขียนเพราะตามกระแส????
เขียนเพราะจะได้อินเทรนไม่ตกยุค????

จริงๆ แล้ว...อย่างที่เห็น
สมัครบลอกวันที่ 1 เดือนตุลา
ที่สมัครเพราะมีคนถามถึง ว่าอยากมีบลอกทำไง
เลยตอบเค้าไปว่า...ก้อสมัครดิ ไม่เห็นยาก
พอตอบไปแล้ว ก้อเข้าหน้าเว็บของ exteen แล้วส่ง url ไปให้เค้า

นั่งๆ ดูหน้าแรกของ exteen อยู่แป๊บนึง
เพราะไม่เคยเข้าหน้าแรกเลย...5555

ว่าแล้ว....ก้อสมัครเอง....ซะงั้น
เอิ๊กกกกส์

ความคิดแรกที่อย่างสมัคร (จริงๆ แล้วมันก้อเป็นความคิดเดียวอ่ะ)
ก็คือ...

ในไดอารี่ เราไม่สามารถยัดเอาเรื่องราวที่เราคิดลงไปได้ทั้งหมด
แค่เล่าเรื่องราวที่เราพบเจอมาก้อยาวเหยียดแระ
จะเอาเรื่องที่อยากเขียนไปสอดแทรกไว้ส่วนไหน???

สุดท้าย ก้อเลยลงตัวที่ การสมัครบลอกนี่แหล่ะ...แหะๆ

ท้ายสุด...ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

ตัวป่วนประจำหมู่บ้าน